รู้ทัน ‘สายตายาวตามวัย’ เพ่งยังไงก็เบลอ จากภาวะ ‘เลนส์ตาแข็ง’
"สายตายาวตามอายุ" ( Presbyopia ) ทุกคนน่าจะเคยได้ยินกันมาแล้วว่าเมื่อแก่ตัวไป สายตาเราจะยาวขึ้น แล้วภาวะนี้มันเป็นกันทุกคนเลยมั้ย? ป้องกันได้หรือเปล่า? ถ้าสายตาสั้นอยู่แล้ว พอเริ่มสายตายาว เราจะกลับมามองชัดเท่าเดิมมั้ย... เพราะถือว่าหักล้างกัน???
ต้องบอกก่อนเลยว่า เรื่องไม่ได้เป็นอย่างที่คุณคิดสักนิด เพราะอาการสายตายาวตามวัยนั้น หลัก ๆ แล้วเกิดจากโครงสร้างภายในของเลนส์ตา ที่มีการเปลี่ยนแปลงในทุก ๆ วัน จนมาถึงจุดที่เรียกว่า "เลนส์ตาแข็ง" ขาดความยืดหยุ่นเดิม ๆ ที่เคยมี ทำให้ความสามารถในการปรับโฟกัสภาพลดลง เพราะเลนส์ไม่ยอมเปลี่ยนรูปเพื่อมองใกล้อีกต่อไป
ก่อนจะรู้ว่ามันพังจนกลายเป็นสายตายาวตามวัยได้ยังไง จากที่เลนส์ยืดหยุ่นอยู่ดี ๆ มันก็แข็ง? เราต้องรู้ก่อนว่าตอนปกติมันทำงานกันยังไง
เพื่อให้เราสามารถมองเห็นได้ชัดทั้งใกล้และไกลตลอดการลืมตา ดวงตาของเราต้องอาศัยการทำงานหนักกันอยู่ 2 ส่วนหลัก ๆ คือ :
เลนส์ตา (Crystalline Lens) : มีลักษณะใสและยืดหยุ่นเหมือน "เจลลี่" ทำหน้าที่ปรับเปลี่ยนรูปร่างเพื่อรวมแสง
กล้ามเนื้อตา (Ciliary Muscle) : ทำหน้าที่บีบและคลายตัวเพื่อสั่งการเลนส์ตา
สามารถกลับไปอ่านบทความเกี่ยวกับการทำงานของดวงตาเรื่อง >> Accommodation << แบบละเอียดประกอบการทำความเข้าใจได้ หรือถ้าให้สรุปย่อ ๆ ก็คือ
เมื่อมองไกล : กล้ามเนื้อ คลายตัว -> เลนส์ตาถูกดึงให้ แบน
เมื่อมองใกล้ : กล้ามเนื้อ หดตัว -> เลนส์ตาดีดตัวกลับและ พองออก (Accommodation) เพื่อเพิ่มกำลังหักเหแสง และดึงภาพระยะใกล้ให้ชัด
รูปภาพที่ใช้ประกอบบทความนี้ ห้ามนำไปใช้และห้ามนำไปเจนเอไอ โดยไม่ได้รับอนุญาต
นี่คือกระบวนการปกติ ซึ่งต่างจากภาวะ Presbyopia
Presbyopia : ทำไมถึงเกิด "สายตายาวตามวัย"?
เมื่ออายุย่างเข้าเลข 40+ ระบบนี้จะเริ่มรวน โดยกล้ามเนื้อตาจะมีการเสื่อมสภาพลงบ้าง แต่ไม่ใช่สาเหตุหลัก ๆ เพราะกล้ามเนื้อจะยังคงมีแรงสั่งการได้อยู่ แต่ปัญหาที่แท้จริงของ Presbyopia จะอยู่ที่ "เลนส์ตา" ที่ทำตามคำสั่งนั้นแทบไม่ได้แล้ว
ภาวะเลนส์ตาแข็งตัว ของอาการ Presbyopia
เลนส์ตาของมนุษย์จะมีการ "สร้างเซลล์ใหม่ตลอดชีวิต" แต่เนื่องจากมันอยู่ในแคปซูลปิด ไม่มีที่ให้ระบายเซลล์เก่าออก เซลล์ใหม่จึงต้องเบียดอัดกับเซลล์เก่าที่อยู่มาก่อนจน "แน่นขึ้นเรื่อย ๆ"
วัยหนุ่มสาว : เลนส์เหมือน "เยลลี่นิ่มๆ" พอกล้ามเนื้อสั่งการปุ๊บ เลนส์ก็พองตัวออกได้ทันที
วัย 40+ : แกนกลางของเลนส์เริ่มอัดแน่นจนแข็งเหมือน "ลูกแก้ว"
ผลลัพธ์ก็คือ เมื่อตาเรามองวัตถุที่อยู่ใกล้ ๆ และสมองสั่งการให้กล้ามเนื้อบีบตัวแล้ว แต่ เลนส์ตาที่แข็งโป๊ก "ไม่ยอมพองออก" ทำให้กำลังหักเหแสงไม่พอ แสงจากวัตถุระยะใกล้จึงพุ่งทะลุไปตก "หลัง" จอรับภาพ แทนที่จะตกที่จอรับภาพพอดี ทำให้เรามองเห็นไม่ชัด
พฤติกรรมต่อมาของเราจึงเป็นการ ทำให้วัตถุนั้นถอยออกไปอีกไกล ๆ เพื่อให้ภาพ "ถอยกลับ" มาตกที่จอรับภาพพอดี เช่น เดินถอยหลัง หรือ ยื่นแขนให้สิ่ง ๆ นั้นไกลออกไปจากหน้า ภาพที่เห็นถึงจะคมชัดขึ้น นี่คืออาการของคนที่มีสายตายาวตามวัย (Presbyopia)
ถ้าหนีไม่พ้น...แล้ว "ชะลอ" ได้ไหม?
ข่าวร้ายคือ ภาวะเลนส์ตาแข็งนี้เป็นธรรมชาติที่ "ทุกคนต้องเป็น" (หลีกเลี่ยงไม่ได้ 100%)
แต่ข่าวดีคือ เราสามารถ "ไม่ไปเร่ง" ให้มันเสื่อมเร็วกว่ากำหนดได้
สิ่งที่ "เร่ง" ให้เลนส์แข็งตัวเร็วขึ้น
รังสี UV : ตัวร้ายอันดับหนึ่ง! แสงแดดจะไปทำลายโปรตีนในเลนส์ตา ทำให้เลนส์แข็งและขุ่นมัวเร็วขึ้น เราจึงควรใส่แว่นกันแดดเสมอเมื่ออยู่กลางแจ้ง
ความร้อน : หลีกเลี่ยงการเอาหน้าไปปะทะความร้อนสูง ๆ นาน ๆ เช่น การทำอาหารหน้าเตาไฟแรง ๆ โดยไม่ป้องกัน
บุหรี่ : สารอนุมูลอิสระจากการสูบบุหรี่ เป็นตัวเร่งความเสื่อมของเซลล์ทุกส่วนในดวงตา
ระดับน้ำตาลในเลือด : คนที่เป็นเบาหวานหรือกินหวานจัด น้ำตาลจะไปสะสมในเลนส์ตา ทำให้โครงสร้างเลนส์เสียสภาพเร็วขึ้น
ความเชื่อผิด ๆ ที่ทำไปก็ไม่ช่วยอะไร
❌ บริหารกล้ามเนื้อตา : การกลอกตาไปมาช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรง ถึงแม้ว่าจะช่วยลดการเสื่อมสภาพลง แต่ก็ไม่ช่วยให้ "เลนส์ที่แข็งเป็นหิน" กลับมานิ่มได้นั่นเอง
❌ ฝืนไม่ใส่แว่น : การพยายามเพ่งหนัก ๆ โดยไม่ใส่แว่น ไม่ได้ช่วยชะลอสายตายาว แต่จะทำให้ "ตาล้า" และปวดหัวสะสมแทน กระทบกับการใช้ชีวิตหนักกว่าเดิมอีก
ดังนั้น เมื่ออาการมาถึงตัวแล้ว อย่าฝืนตัวเอง แต่เราสามารถใช้ตัวช่วยทางการแพทย์เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้
ทางออกและการดูแล เมื่อเลนส์แข็งตัว
การรับมือ Presbyopia ของแต่ละคนนั้นจะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับว่าก่อนหน้านี้คุณมีค่าสายตาเป็นอย่างไร เพราะโครงสร้างดวงตาก่อนเลนส์แข็งตัวนั้นจะแตกต่างกันมาก ดังนั้น วิธีการรับมือจะมีทั้งที่ใช้ด้วยกันได้และไม่ได้ ดังนี้
สายตาปกติ -> สายตายาวตามวัย (Presbyopia)
- ก่อนเลนส์ตาแข็ง : ไม่ต้องใส่แว่น
- มองใกล้ -> เพ่ง -> ภาพชัด
- มองไกล -> ไม่เพ่ง -> ภาพชัด
- หลังเลนส์ตาแข็ง :
- มองใกล้ -> เพ่งไม่ได้ -> ภาพเบลอ
- มองไกล -> ไม่เพ่ง -> ภาพชัด
ทางออก :
- แว่นอ่านหนังสือ (Reading Glasses) / แว่นเฉพาะทาง (Office Lens) : เป็นทางแก้ที่ง่ายและประหยัดที่สุด ใส่เฉพาะตอนใช้งานระยะใกล้ / ระยะกลาง และ "ถอดออก" เมื่อจะเดินหรือมองระยะไกล
- เลนส์โปรเกรสซีฟ (Progressive Lens) : เหมาะสำหรับคนที่ขี้เกียจถอด ๆ ใส่ ๆ แว่นตา เป็นเลนส์ไร้รอยต่อที่ทำให้มองได้ชัดในทุกระยะทั้ง ใกล้-กลาง-ไกล ในแว่นอันเดียว ทำให้ปรับตัวได้ง่าย
สายตาสั้น -> สายตายาวตามวัย (Myopia with Presbyopia)
- ก่อนเลนส์ตาแข็ง : ใส่แว่นสายตาสั้น
- มองใกล้ -> เพ่ง -> ภาพชัด
- มองไกล -> ไม่เพ่ง -> ภาพชัด
- หลังเลนส์ตาแข็ง : ใส่แว่นอันเดิม
- มองใกล้ -> เพ่งไม่ได้ -> ภาพเบลอ
- มองไกล -> ไม่เพ่ง -> ภาพชัด
ทางออก :
- ถอดแว่นเพื่อมองใกล้ก็ชัดแล้ว : ระยะการมองชัดเมื่อถอดแว่น จะแตกต่างกันตามค่าสายตาสั้นของแต่ละคน เช่น ถ้าสั้นมาก ๆ คุณต้องมองจ่อเข้ามาใกล้ ๆ มากกว่าคนที่มีค่าสายตาสั้นไม่เยอะมาก
- เลนส์โปรเกรสซีฟ (Progressive Lens) : ช่วยแก้ปัญหาความรำคาญในการถอดสลับกับใส่แว่นเช่นเดียวกัน
สายตายาว -> สายตายาวตามวัย (Hyperopia with Presbyopia)
- ก่อนเลนส์ตาแข็ง : ใส่แว่นสายตายาว
- มองใกล้ -> เพ่ง -> ภาพชัด
- มองไกล -> ภาพเบลอ (ถอดแว่นภาพจะชัดกว่า)
- หลังเลนส์ตาแข็ง : ใส่แว่นอันเดิม
- มองใกล้ -> เพ่งไม่ได้ -> ภาพเบลอ
- มองไกล -> เพ่งไม่ได้ -> ภาพเบลอ
แต่นอกเหนือจากนี้ก็ยังมีทางแก้อื่น ๆ ที่เหมาะกับปัญหาสายตา Presbyopia ทุกแบบเช่นกัน คือ
- คอนแทคเลนส์ (Contact Lenses) :
- ปัจจุบันมีคอนแทคเลนส์แบบ Multifocal ที่สามารถออกแบบเฉพาะตัวบุคคลให้สามารถมองได้ทั้งใกล้และไกลในเลนส์ชิ้นเดียว
- การผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์ (RLE / Cataract Surgery) :
- ในกรณีที่เลนส์ตาเสื่อมมากหรือเริ่มเป็นต้อกระจก จักษุแพทย์สามารถผ่าตัด "เอาเลนส์ที่แข็งทิ้งไป" แล้วใส่ "เลนส์แก้วตาเทียม" (Intraocular Lens) เข้าไปแทน ซึ่งเลนส์เทียมรุ่นใหม่ ๆ สามารถทำให้กลับมามองเห็นได้ชัดทุกระยะเหมือนวัยหนุ่มสาวอีกครั้ง