บทความ

ทำไมต้องมี Office Lens เป็นแว่นคู่ที่ 2 ในเมื่อใส่แว่นโปรเกรสซีฟมองได้ทุกระยะอยู่แล้ว?

ANZ02 ปกProgressive vs Office

แว่นโปรเกรสซีฟสามารถมองได้ทั้ง ระยะไกล กลาง และใกล้ ในเลนส์เพียงคู่เดียว จึงเหมาะกับการใส่เพื่อใช้ชีวิตทั่วไป ตั้งแต่การเดินทาง ขับรถ ทำงาน ไปจนถึงอ่านหนังสือหรือเล่นมือถือ

แต่การที่เลนส์หนึ่งคู่ต้องอัดค่าสายตามาก 1 เพื่อรองรับการมองเห็นทุกระยะ ก็หมายความว่า พื้นที่ของเลนส์ต้องถูกแบ่งให้กับการมองหลายช่วง โดยเฉพาะโซนระยะกลาง ที่มักมีพื้นที่แคบกว่าโซนระยะใกล้ และไกล

ดังนั้น สำหรับคนที่นั่งหน้าคอมพิวเตอร์วันละหลายชั่วโมง แว่นโปรเกรสซีฟยังคงใช้ได้ แต่อาจไม่ตอบโจทย์สำหรับบางคน

Office Lens ต่างจาก Progressive Lens อย่างไร?

Office Lens หรือ Occupational Lens เป็นเลนส์เฉพาะทางสำหรับใช้มองระยะใกล้ และระยะกลาง โดยหลายรุ่นจะใช้โครงสร้างแบบ Degressive โดยยึดค่าสายตาจากกำลังสำหรับมองใกล้ และค่อย ๆ ลดกำลังไปสู่การมองระยะกลาง ทำให้มีพื้นที่สำหรับมองคอมพิวเตอร์และโต๊ะทำงานกว้างกว่า Progressive Lens ทั่วไป

เนื่องจากเลนส์ไม่มีพื้นที่สำหรับการมองระยะไกล Office Lens จึงสามารถเพิ่มพื้นที่ระยะกลางและระยะใกล้ได้มากกว่า Progressive Lens

จุดเด่นของ Office Lens ที่เห็นได้ชัดคือ เวลาทำงานกับหน้าจอขนาดใหญ่หรือหลาย ๆ หน้าจอพร้อมกัน ผู้ใส่อาจกวาดสายตาได้กว้างขึ้น ลดการหันศีรษะเพื่อหาจุดชัด และสามารถจัดท่าทางในการมองจอได้เป็นธรรมชาติมากขึ้น

แต่อย่างไรก็ตาม Office Lens จะเหมาะสำหรับเป็น แว่นคู่ที่ 2 สำหรับโต๊ะทำงาน มากกว่าจะมาแทน Progressive Lens คู่หลักที่ใช้งานทั่วไปได้อยู่แล้ว

แล้วถ้าไม่อยากตัดแว่น 2 คู่ล่ะ?

จริง ๆ แล้ว Progressive Lens ก็มีรุ่นที่ออกแบบสำหรับคนทำงานติดจอ หรือเน้นใช้แค่ภายในห้องโดยเฉพาะ เช่น Progressive แบบ Indoor

เลนส์กลุ่มนี้ยังคงเป็น Progressive ที่มองได้ทั้งไกล กลาง และใกล้ แต่จะปรับสัดส่วนพื้นที่ให้ เน้นระยะกลางและใกล้มากกว่า Progressive ทั่วไป

จึงเป็นอีกตัวเลือกสำหรับคนที่ทำงานออฟฟิศและติดจอค่อนข้างมาก แต่ยังต้องการใช้แว่นคู่เดียวสำหรับกิจกรรมอื่นระหว่างวันโดยที่ไม่ต้องเปลี่ยนหรือพกแว่นหลายอัน

อย่างไรก็ตาม แม้ Progressive แบบ Indoor จะเพิ่มพื้นที่กลาง-ใกล้ให้มากขึ้น แต่ พื้นที่ระยะกลางโดยทั่วไปก็ยังไม่สามารถกว้างได้เท่ากับ Office Lens ที่ออกแบบมาเพื่อระยะทำงานโดยเฉพาะ เพราะตัวเลนส์ยังต้องรักษาพื้นที่สำหรับการมองระยะไกลเอาไว้อยู่

จึงไม่มีคำตอบว่าทุกคนที่ทำงานออฟฟิศ จำเป็นต้องใช้ Office Lens เสมอไป

แบบไหนเหมาะกับเรามากกว่า?

ถ้าใช้คอมพิวเตอร์เป็นช่วง ๆ ระหว่างวัน และต้องเดินทาง ขับรถ หรือเปลี่ยนกิจกรรมบ่อย Progressive Lens ทั่วไป อาจเพียงพออยู่แล้ว

ถ้าทำงานในออฟฟิศเป็นหลัก แต่อยากใช้แว่นเพียงคู่เดียว Progressive แบบ Indoor อาจเป็นทางเลือกที่สมดุลกว่า เพราะยังคงระยะไกลไว้ แต่เพิ่มความสำคัญให้กับระยะกลางและใกล้

แต่ถ้าทำงานหน้าจอวันละหลายชั่วโมง ต้องนั่งจ้องหน้าจอขนาดใหญ่หรือหลายจอพร้อมกัน และต้องการพื้นที่ใกล้-กลางที่กว้างเป็นพิเศษ การสั่งตัด Office Lens เป็นแว่นคู่ที่ 2 อาจตอบโจทย์มากกว่า

จุดสำคัญคือไม่ได้มีตัวเลือกไหนดีกว่าอีกแบบเสมอไป แต่ขึ้นอยู่กับว่าในแต่ละวันของเรานั้นใช้สายตาไปกับระยะไหนมากที่สุด

Progressive Lens + Office Lens ทำงานร่วมกันอย่างไร?

แนวคิดง่าย ๆ คือให้แต่ละคู่ทำหน้าที่ที่ตัวเองถนัด

Progressive Lens ใช้เป็นแว่นหลักสำหรับชีวิตประจำวัน เพราะรองรับตั้งแต่มองไกลจนถึงมองใกล้ ส่วน Office Lens ใช้ในช่วงทำงาน เพื่อเพิ่มพื้นที่สำหรับหน้าจอ งานเอกสาร โทรศัพท์ และสิ่งต่าง ๆ ภายในห้อง

การมีแว่นตา  2 คู่จึงไม่ใช่การตัดแว่นซ้ำกัน แต่เป็นการเลือกเลนส์ให้เหมาะกับกิจกรรมที่แตกต่างกันและตอบโจทย์มากที่สุด

ดังนั้น Office Lens จึงไม่ได้จำเป็นสำหรับทุกคน

บางคนสามารถทำงานได้สบายด้วย Progressive Lens ทั่วไป บางคนอาจเหมาะกับ Progressive แบบ Indoor ที่เพิ่มพื้นที่กลาง-ใกล้ ส่วนคนที่ใช้คอมพิวเตอร์หนักและต้องการพื้นที่ทำงานกว้างที่สุด อาจเหมาะกับการมี Office Lens แยกมาอีกคู่

การตัดสินใจจึงควรดูหลาย ๆ อย่างประกอบกัน เช่น ระยะที่ใช้มองหน้าจอ จำนวนชั่วโมงที่ทำงานติดจอ ขนาดและจำนวนหน้าจอ ลักษณะโต๊ะทำงาน พฤติกรรมระหว่างวัน และค่าสายตาของแต่ละคน

ที่ ANZ STUDIO มีนักทัศนมาตรตรวจวัดสายตา พร้อมพูดคุยถึงลักษณะการทำงานและพฤติกรรมการใช้สายตาของแต่ละบุคคล เพื่อช่วยพิจารณาว่า Progressive ทั่วไป, Progressive แบบ Indoor หรือ Office Lens แบบไหนเหมาะกับการใช้งานมากที่สุด

เพราะสุดท้ายแล้ว การเลือกเลนส์ไม่ควรดูเพียงว่า มองได้ชัดหรือไม่ แต่ควรดูว่า พื้นที่การมองที่เราใช้หลายชั่วโมงในแต่ละวัน จะสบายตาและเหมาะกับเรามากแค่ไหน